เชียงรายรำลึก
เรียนรู้ตามครู ( สาว ) สอน
เก็บงานฝีมือเขา........เอามาฝาก
เยือนนิวซีแลนด์
ผู้มีน้ำใจ
ห่างหายไปหลายวัน
ปริญญาชีวิต
เพื่อนๆพยาบาลจุฬาฯรุ่น 57
จดหมายของแม่
ฟ้าหลังฝน
ดอกสาละ?
ฝนตกแล้ว
เลี้ยงหลาน
ทอลซิลอักเสบ
มะยมเชื่อม
แบบอย่างสำคัญกว่าคำสอน
จะเล่าเรื่องเมืองเจียงฮาย ( เชียงราย )
โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค
อากาศเปลี่ยนไป
วันวาร หรือ วันวาน ( ผ่านไป )
พระตำหนักดอยตุง
เจ้าตัวเล็ก
ความสุขของลูก ( อีกแล้ว )
ความสุขของลูก ( อีกครั้ง )
ดอกไม้ของพ่อ
ทดลองเปลี่ยน Themes
พี่ราเฮล
เอ๋-เจมส์
การช่างสตรีพระนครใต้
ภาพหลอน
33 ปี
คริสตจักร์ที่หนึ่งเวียงเชียงราย
วันสำคัญของลูก
ดีใจนะที่ได้พบกัน
ฺBig family
ต้นตระกูล
Diary
วันสำคัญของลูกทั้งสอง






 

วันวาร หรือ วันวาน ผ่านไป

พ.ศ.2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จจังหวัดเชียงรายเป็นครั้งแรก

ว่างเว้นการเขียนไดอารี่ไปหลายวัน  ระยะนี้มีงานศพต่อเนื่องหลายวัน ล้วนแต่เป็นส.ว.ทั้งสิ้น เริ่มจากพี่แก้ว ( แม่ของสมพงษ์ ) เพื่อนของพี่สาวคนที่ 1 ที่แม่จันบ้านเกิด และพี่นวลศรี ทิพยนพคุณ   เพื่อนพี่สาวคนที่ 5 และพี่สาวพี่กุ้งรุ่นพี่ที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย  มีโอกาสได้พบปะกับผู้ที่ไม่ได้พบกัน 20-40 ปีหลายท่าน  ไม่น่าเชื่อว่าจะจำกันได้  ตามประสาส.ว.ก็จะคุยกันถึงอตีต   สรุปว่าเมื่อตอนเด็กๆสรางวีรกรรมไว้เยอะมาก เช่นปี 2499  รัฐบาลได้ยกเลิกโรงฝิ่น ( สมัยก่อนนั้นจะถูกต้องตามกฎมาย )  ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก  พวกเราจะพากันไปดูจิ้งจกที่ตกลงมาตายอย่างมากเนื่องจากอดฝิ่นเพื่อที่จะไปหาจิ้งจก 2 หาง  จริงๆแล้วไม่มีหรอกค่ะแต่เป็นข้ออ้างที่จะไปเก็บจิ้งจกมาหลอกเพื่อนๆที่กลัวจิ้งจกนั่นเอง  บางครั้งก็เอาใส้เดือนมาแข่งกันว่าของใครยาวที่สุด คนนั้นชนะเป็นต้น    

    ในปี 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จมาเยี่ยมราฎษรที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย  ที่บ้าน คุณปู่ตุ้ย คุณพ่อและคุณแม่และตัวแม่เองได้ไปเฝ้ารอรับเสด็จและถวายของเป็นเครื่องเงินโบราณ เป็นลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักที่เป็นรูปสิงห์  ซึ่งครั้งนั้นคงจะเป็นของที่ดีที่สุดที่มีอยู่ถวายให้ในหลวง  ( สมัยนั้นประชาชนจะมอบสี่งที่ดีที่สุดให้พระเจ้าอยู่หัวเพราะรักพระองค์ท่านมาก )  ขณะทีเสด็จมาถึงจำได้ว่าแม่เห็นผู้ญิงที่สวยที่สุดในโลกแม่ก็จะดูท่านจนลับสายตาคือพระราชินี  ท่านมีรูปร่างที่สวยงาม พระฉวีผ่องใส  แม่ดูแม้กระทั่งพระบาทของท่าน  สมัยนั้นแม่ยังไม่รู้จักถุงใยบัว  แม่คุยให้ผู้ใหญ่ฟังว่าท่านไม่มีขนหน้าแข้งเลย ( เราเป็นเด็กบ้านนอกมือเท้าไม่เคยสะอาด ) มือท่านสวยเล็บท่านก็เป็นสีแดง และหอมด้วย  ( จะเห็นว่าแม่เป็นคนช่างสังเกตุ ตังแต่เด็กๆ )  เมื่อท่านเสด็จผ่านไปแล้วแม่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่เห็นในหลวงแม่จึงลุกขึ้นวิ่งตาม  มีคนมาอุ้มแม่ไว้แล้วถามว่าหนูจะวิ่งไปใหน  แม่ตอบว่าหนูยังไม่เห็นในหลวงเลย  ท่านผู้นั้นจึงชี้ให้แม่ดูว่าผู้ชายคนที่สวมแว่นตานั่นแหละ  แม่จึงรู้ว่าคือพระองค์ท่านและได้กราบลง    ภายหลังทราบว่าผู้ที่อุ้มแม่นั้นชื่อ คุณแก้วขวัญ วัชโรทัย แต่แม่ไม่ทราบว่าท่านจะจำได้ใหมเพราะท่านคงจะเจอเรื่องอย่างนี้บ่อยๆ   และเย็นนั้นประชาชนก็ไปเฝ้าที่ศาลากลางจังหวัดเชียงรายอีกจำได้ว่าที่บ้านได้เหมารถเข้าเมืองเพื่อไปเฝ้าพระองค์ท่าน แม่ก็ได้ไปด้วยแต่เห็นอยู่ไกลๆ ผู้คนมากมายเราต้องห่อข้าวไปกินด้วย  นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าเฝ้า   ภาพที่ท่านเสด็จผ่านและมีผู้หญิงสาวสวยผมยาว   เอาผ้าเช็ดหน้าปูให้ท่านเหยียบและเอาผมเธอเช็ดรองพระบาท ( รองเท้า ) ของในหลวงเป็นภาพที่ติดตา ทำให้จำเรื่องนี้ได้ ผู้หญิงคนนั้นชื่อคุณพนอ ณ.เชียงใหม่  ( จำชื่อได้แต่ไม่รูจัก ไม่น่าเชื่อว่าจะจำชื่อได้นะแต่คงจะเป็นความประทับใจกระมัง )

วันวาร หรือ วันวาน ผ่านไป

เวลานั้นแม่ยังเรียนนังสืออยู่ที่โรงเรียนอนุวัลย์ศึกษา เป็นโรงเรียนราษฎ์แห่งเดียวของแม่จันเป็นโรงเรียนอนุบาลของที่บ้าน ( อนุ=น้อย , วัลย์= วัลย์ดี  มาจากชื่อคุณตาและคุณยายแปลว่า  เถาวัลย์น้อยๆที่จะเจริญต่กไป  คุณยายแปลให้ฟัง )  ต่อมาเมื่อขึ้นชั้นเรียนป.1  ได้ไปเรียนโรงเรียนประชาบาลแม่จันถึงชั้น ป3  จึงได้ย้ายไปเรียนที่เชียงใหม่ โดยคุณแม่ได้ตามไปอยู่ด้วยเนื่องจากเป็นลูกคนเล็กที่ซนมาก เกินกว่าจะไปฝากไว้กับใครได้  ทำใม่ค่อยได้พบคนที่แม่จันอีกเลย  ( ถึงได้ไม่เจอกัน30-40 ปี ) และโรงเรียนของเราก็ปิดตัวลงเนื่องจากย้ายไปเชียงใหม่    คุณยายเล่าว่าเมื่อแม่ยังเล็กอยู่นัน ด้วยความที่บ้านขาดเด็กเล็กมานาน แม่และป้าปูจำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงถึง 2 คน เพราะคุณยายต้องทำงานเปิดโรงเรียนสอนตัดเสื้อ  มีลูกศิษย์มากต้องสอนเต็มที่  ก็เลยเปิดโรงเลี้ยงเด็ก  ปรากฎว่าเป็นที่นิยมมีเด็กๆมากเพราะคุณยายจะเน้นเรื่องสุขอนามัยและการเอาใจใส่ที่ดี    แม่ก็เลยมีเพื่อนเล่นส่วนใหญ่จะเป็นลูกคนจีนในตลาดและลูกข้าราชการต่อมาทางการได้เข้ามาสนับสนุนให้เปิดเป็นโรงรียนอนุบาลแห่งแรก ของอำเภอแม่จัน  

วันวาร หรือ วันวาน ผ่านไป

 ลูกศิษย์อนุวัลย์ศึกษาขณะนี้ล้วนเป็น นายแพทย์ พยาบาล อาจารย์  พ่อค้านักธุระกิจ ข้าราชการ  นายอำเภอ รองผู้ว่าและนักการเมืองเกือบทั่วทั้งอำเภอแม่จันค่ะ   ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นการศึกษาระดัออนุบาลของหมู่บ้านทีเดียว

วันวาร หรือ วันวาน ผ่านไป

แม่ย้ายไปอยู่เชียงใหม่  สร้างวีรกรรมให้คนจำได้อีก เช่นชอบเลี้ยงสัตว์ แม่จะเลี้ยงไก่แจ้  ชะนี กระต่าย ลูกนกต่างๆทีตกลงมาจากรัง และที่สำคัญแม่เลี้ยงหนูขาวด้วย   คุณยายทำงานเป็นครูแม่บ้านที่วิทยาลัยพระคริสธรรมแมคกิลวารี  (  ม.พายัพ  ในปัจจุบัน )เมื่อเริ่มเลี้ยงหนูขาวมีเพียง 2 ตัว ต่อมาเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ทุก 15 วันจะมีลูกออกมาเรื่อยๆจนในที่สุดคุณยายบังคับให้เอาไปแจกจ่าย ทีแรกหวงต่อมาก็เอาไปให้เพื่อนๆบาง แต่ลูกก็ออกมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็เลยมีความคิดที่จะเอาไปปล่อย   แต่ด้วยความคิดของเด็กๆกลัวมันจะอดตายแม่เลยเอาไปปล่อยยุ้งข้าวของลุงกี  ( ยามของวิทยาลัย )  เป็นเรื่องที่ผู้คนจดจำถึงทุกวันนี้   ลูกน้ำมักจะถามเสมอว่าแม่จ๋าแม่ซนจนคนเขาจำได้ทั้งเมืองเลยหรือ แม่ตอบตรงนี้เลยว่าใช่ เพราะเมืองตอนนั้นมันเล็กนิดเดียวผู้คนจะรู้จักกันหมดว่า ใครลูกเต้าเหล่าใคร  อะไร ทำไม   บางทีประสบการณ์เหล่านี้ก็ช่วยให้เราเข้าใจเรื่องราวของเด็กๆได้ดี    ลูกจะเห็นว่าแม่ไม่เคยตีลูกอย่างไร้สาระ แต่มีวิธีจัดการได้ ( อาบน้ำร้อนก่อนเจ้า ข้าเข้าใจ )

วันวาร หรือ วันวาน ผ่านไป

ที่เชียงใหม่แม่เรียนอยู่หลายโรงเรียน โรงเรียนประทีปดรุณศึกษา ( เดี๋ยวนี้เลิกไปแล้ว ) และมาเริ่มเรียนม.1- 3 ที่โรงเรียนดาราวิทยาลัยแล้วจึงเข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ 

วันวาร หรือ วันวาน ผ่านไป

 

ที่โรงเรียนดาราวิทยาลัยแม่มีปมด้อยเรื่องเรียนภาษาอังกฤษและดนตรีมาก   เป็นที่รู้ดีว่านักเรียนโรงเรียนนี้เขาจะเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล   แต่เราเรียนม.1 พึ่งจะรู้จัก ABC  และดนตรีแม่ยังไม่รู้จักโด เร มี หรือจังหวะต่างๆเลย ทำใม่มีอคติกับ 2 วิชานี้   ที่นี่เขาจะมีการ Test ก่อนแล้วจัดเกรดให้เรียนตามพื้นฐานนั้นๆ  เช่นภาษาอังกฤษ 1-4 เป็นอาจารย์ฝรั่ง 5-7 เป็นอาจารย์ไทย    เวลาเรียนแม่ก็จะนั่งดูอาจารย์ว่าแหมต้องแต่งตัวเปรี้ยว พูดจาออกสำเนียงฝรั่ง ดัดจริต (  ต้องขอกราบประทานโทษและขออโหสิกรรม อาจารย์ศรีวรรณา มาณ.ที่นี้ด้วย ) เลยไม่ค่อยตั้งใจเรียน แต่ท่านมิได้ถือโกรธ ( ภายหลังเป็นศิษย์โปรด  เพราะช่วยอาจารย์เลี้ยงลูกอาจารย์มีลูก 8 คน น้องๆน่ารักมาก รักเด็กนะคะเพราะไม่มีน้อง ) ส่วนวิชาดนตรี อาจารย์ศรีทอง อารีวงค์เป็นคน Test แต่ตรงข้ามกันท่านให้ไปเรียนกับฝรั่งแทน  แหม่มอารฟท์  สอนโดยเริ่มจากจังหวะ One Two Three Foue  และโด เร มี ฟา ซอล์ ลา ที โด  เฮ้อ ! น่ากลัวมาก  แต่จริงๆท่านน่ารักนะท่านพยายามที่จะพูดคุยกับเราเป็นภาษาอังกษเท่านั้น เพื่อที่เราจะได้พัฒนาเรื่องภาษาแต่ปูมลังเราไม่ดีก็เลยไม่ค่อยเข้าใจ  การขับร้องก็เหมือนกันแม่ร้องไม่ได้เพราะเสียงของแม่เป็นเสียงเอลโต    ลูกจะเห็นว่าแม่คาราโอเก๊ะดำน้ำได้ลึกๆทีเดียว  แต่แม่ร้องเพลงในโบสถ์ได้นะเพราะมีตัวโน๊ต แม่ก็จะร้องในคีเสียงของแม่เท่านั้น   อาจารย์ศรีทอง อารีวงค์จะบอกเสมอว่าให้ทำปากกลมๆ เสียง อา ให้ออกเสียงเป็น O  เฮ้อ! OMG

ผู้ใหญ่หลายท่านรู้ว่าแม่ชอบของสูง  เช่นบนต้นไมสูง บ้านต้นไม้หรือห้องใต้หลังคาฝรั่ง  เพราะแม่มีเพื่อนเป็นฝรั่ง  เด็กอายุ 4-7 ปี ตัวโตเท่ากัน แม่อายุ10-11 ปี เป็นลูกของคุณหมอกุยเยอร์   ชื่อจิมมี่และเจเนต   เป็นเพื่อนเล่นกัน  แม่เป็นหัวหน้าทีมนำเด็กๆซน มีบ้านชะนี มีก่อทราย ขี่จักรยานวิบาก คิดดูก็แล้วกัน   ขอบคุณพระเจ้าที่ลูกแม่ไม่มีใครซนมากเหมือนแม่  แม่ชอบใส่กางเกงขาสัน สมัยนั้นทางโรงเรียนเขาจะมีกฎว่าห้ามเด็กผู้หญิงใส่กางเกง   แม่ต้องสวมกระโปรงทับกางเกงอีกชั้นหนึ่งจึงจะปีนป่ายได้   แม่จึงเป็นที่จดจำและเอือมระอาของผู้ใหญ่สมัยนั้น      โปรดติดตามตอนต่อไปแล้วจะมาเล่าให้ฟัง

     Share

<< พระตำหนักดอยตุงอากาศเปลี่ยนไป >>

Posted on Fri 25 Jun 2010 13:01
คุณแม่ซนม้ากกกกกกก
หนูอ่านเรื่องหนูขาวแล้วหัวเราะก๊ากเลยค่ะ
knr   
Fri 11 Jun 2010 0:36 [4]

วันนี้ไปชอปปิ้งมา สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยากให้แม่มาชอปด้วยกัน เมื่อไหร่จะลงมาหาน๊าาาาาาาาาาาา

คิดถึงมาก ๆ จุ๊บบ
pOrN   
Wed 9 Jun 2010 21:02 [3]

แม่จ๋า...งี้หนูๆ 3 คนก็ ถือว่าเป็นเด็กเรียบร้อยสิเนี่ยะ อิอิ
PiNk   
Wed 9 Jun 2010 11:16 [2]

แม่จ๋า ถ้าหนูมีหลานให้เมื่อไหร่ แล้วหลานซ๊นนน ซน แม่ห้ามบ่นนะ ว่าไม่รู้ซนเหมือนใคร ฮ่าๆๆๆ
NaaM   
Wed 9 Jun 2010 10:48 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh